วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561

10 อาหารแปลกที่คุณจะเห็นในเมนูอเมริกัน
การศึกษาสำนวนในด้านการครัวของประเทศหนึ่งๆ เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิตในที่แห่งใหม่ที่ไหนสักแห่ง ความรังเกียจ ความชื่นชอบ ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก – อาหารในชีวิตประจำวันของวัฒนธรรมอื่นสามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่างๆ นานาจากผู้บริโภค

สหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการส่งออกอาหารไปทั่วโลก – คงเป็นการยากที่จะนึกออกว่ามีที่ไหนที่ไม่มีป้ายทรงโค้งๆ สีทองของแม็คโดนัลด์ เป็นต้น – แต่ยังมีอาหารอเมริกันอีกหลายรายการที่ไม่ได้ทำให้ชาวต่างชาติน้ำลายไหลแต่กลับทำให้น้ำตาไหล รายการอาหารต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเราเหล่ามนุษย์ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่ม ‘omnivores’ (กินทุกอย่างที่ขวางหน้า) โดยที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย…

root beer-อาหารอเมริกัน

1.Root beer floats ถ้าคุณเคยคิดว่าน่าจะเติมน้ำตาลกับไขมันก้อนโตลงในเครื่องดื่มอัดลมรสชาติหวานๆ อีกหน่อยล่ะก็ root beer float เหมาะกับคุณมากเลยทีเดียว จากรูปแบบของสีสันที่สดใสกับรสชาติอ่อนๆ มาเป็นภูเขาไฟประทุเมื่อฟองเจอกับไอศกรีม สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนความฝันของเด็กๆ – และเป็นฝันร้ายของนักโภชนา

corn dog

2.Corn dogs ฮ็อทด็อกที่ต่ำต้อยกลายมาเป็นทางเลือกที่แสนวิเศษที่คุณสามารถทานกระดูกอ่อนของหมูกับเกลือตามปริมาณที่แนะนำต่อวัน เพราะปัญหาคือร่างกายคุณยังร่ำร้องหาอาหารประเภทชุบแป้งทอดอยู่ร่ำไป ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้มีนวัตกรรมที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดธรรมดาๆ ก็ถูกยกระดับให้อยู่ในรูปแบบของทอดชนิดแท่งที่ทานได้โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องใดๆ

biscuits-อาหารอเมริกัน

3.Biscuits and gravy จานนี้เป็นอย่างที่คุณคิดจริงๆ – ถ้าคุณคิดว่าสโคนเป็นขนมปังกรอบและเกรวี่ดูจะเป็นทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยและช่วยย่อยอย่างแท้จริง หน้าตาของมันคงท้าทาย European gastronomic expectations เป็นอย่างยิ่ง(เพราะมันมีสีเทา!) แต่พวกที่อยู่ทางตอนใต้ก็เชื่อว่าบิสกิตกับเกรวี่เป็นของดีมีประโยชน์และเราต้องเชื่อว่ารสชาติของมันน่าจะดีกว่าหน้าตาของมัน

red velvet

4.Red velvet cake ชาวอเมริกันเริ่มมีการฉีกแนวจากธรรมเนียมปฏิบัติในการตั้งชื่อเค้กตามส่วนผสมของแป้งไปในแนวที่เป็นกวีมากขึ้น ชิฟฟ่อนเค้ก ดีวิลส์ฟู้ดเค้ก และวูปี้พาย ล้วนแสดงให้เห็นถึงแนวโน้ม evocative rather than the descriptive ตลอดจน Red velvet cake รายการของหวานที่พบได้ทั่วไปในสหรัฐซึ่งมีการตั้งชื่อตามสีหลักกับกระจุกเส้นใยสานที่ใช้ตกแต่ง โดยสิ่งที่ไร้รสชาติทั้งสองอย่างนี้ช่วยอธิบายได้เป็นอย่างดีถึง both of which are tasteless and therefore perfectly descriptive of one of America’s more synthetic treats.

grits

5.Grits คล้ายๆ กับที่เราพูดถึงบิสกิตกับเกรวี่คือมันมีผลในลักษณะที่ต่างไปมากกับผู้คนที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ นอกจากนั้นแล้วความดึงดูดใจอย่างอมตะของ grit ยังเป็นที่กล่าวขานในประวัติศาสตร์ของอเมริกานับย้อนเวลาไปถึงประเพณีการเตรียมข้าวโพดของชาวพื้นเมืองของอเมริกันซึ่งมีมาช้านานตั้งแต่ก่อนที่ชาวยุโรปจะไปถึงเสียอีก ข้าวโพดบดที่ขาดเสียไม่ได้ในการปรุงอาหารพื้นเมืองซึ่งใช้เนยที่ตีจนได้ที่ ทำให้ได้อาหารที่ทั้งข้นทั้งหนืดและมีรสชาติที่ชวนให้ติดอกติดใจ

monte christo
 6.Sandwich เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดถึงการที่ชาวอเมริกันนำเอาแนวคิดของชาวยุโรปมาประยุกต์ใช้ – ยกตัวอย่างเช่น คร็อก เมอซิเออร์ – และพัฒนาจนถึงที่สุด พบได้ทั่วไปในเมืองเดลีและมีผู้บริโภคกันทั่วทั้งประเทศ นี่ช่างเป็นงานขั้นเทพจริงๆ: แฮมกับเนยแข็งชุบไข่ทอดโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งเสิร์ฟกับแยม

fried

7.Deep fried… anything เมื่อได้พูดถึงเรื่องของทอดกันแล้วก็ขอพูดถึงบรรดาของทอดทั้งหลายเสียเลย เสียงปุดๆ ของน้ำมันจากสัตว์ในกระทะใบใหญ่นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงชนผิวขาวในสหรัฐเท่านั้น และมันก็ไม่ได้แย่เกินไปสำหรับคุณอ – ฮีโรของอเมริกันอย่างเอ็ลวิส เพร็สลีย์ก็ทานแซนด์วิชกล้วยกับเนยถั่วไปมากโขแต่เขาก็ยังอยู่ดีจนถึงวัยสี่สิบต้นๆ

frito

8.Frito pie หลายๆ คนคิดว่าการที่สหรัฐเป็นผู้นำหมายความว่าพวกเขาเป็นผู้ชนะ ก็คงจะเป็นอย่างนั้นถ้าชาวเท็กซัสกับนิวเม็กซิกันไม่แย้งขึ้นมาว่าใครเป็นต้นตำรับอาหารเหล่านั้น แป้งข้าวโพดผสมเนยแข็งกับพริกหั่นแว่นตากแห้งแล้วนำมาทอด(ฟริโต)เป็นอีกตัวที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งที่อยู่เหนือคำว่าอิสระเสรี

twinkie-อาหารอเมริกัน

9.Twinkie wiener sandwich พอนึกถึงอาหารเรียกน้ำย่อยชั้นยอดอย่างหมูในผ้าห่ม(ไส้กรอกห่อด้วยเบค่อนหรือพาสทรี่)ก็รู้สึกว่ารายการอาการที่ว่านี้ดูคล้ายๆ หมูในสูทไขมัน โอเค คุณอาจจะไม่ค่อยได้เห็นตำรับของเวียร์ด อัลปรากฏอยู่บนเมนูสักเท่าไร แต่บอกได้อย่างไม่อายเลยว่านี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารอเมริกันที่อุดมไปด้วยลูกเล่น การสังเคราะห์ และสารที่ไม่ดีต่อสุภาพที่สุด


10.Free refills การล้อเลียนอาหารอเมริกันเป็นเรื่องง่ายแต่ก็อย่าลืมนึกถึงส่วนดีของมันบ้าง ร้านอาหารฟ้าสท์ฟูดแบบอเมริกันได้เข้าไปตั้งรกรากในประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้ว และนี่เป็นเพียงสาเหตุหนึ่งของการที่เราติดเกลือ น้ำตาล และไขมันในปริมาณที่ถึงขั้นอันตราย ในประเทศที่มีตลาดเสรีเป็นเสมือนพระราชา การบริการลูกค้าก็ทำให้ส่วนที่เหลือของโลกเป็นเสมือนละอองฝุ่น และนี่เป็นรูปแบบหนึ่งของร้านอาหารอเมริกันที่ยากแก่การลอกเลียนแบบในตลาดต่างประเทศ

นโยบายเติมเต็มเสรีภาพเป็นสัญลักษณ์ของเจตคติดังกล่าว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สั่งซอฟท์ดริ๊งค์เป็นแก้วแรกถูกพัดให้หายไปด้วยปัจจัย 2 อย่าง อย่างแรก เครื่องดื่มที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด และอย่างที่สอง เครื่องดื่มที่ไม่มีวันหมดจริงๆ แม้แต่พวกต่อต้านลัทธิบริโภคนิยมสุดขั้วหัวแข็งก็ยังอ่อนลงเมื่อเห็นพนักงานเสิร์ฟกาแฟเดินมาพร้อมกับเหยือกแรงดันไอน้ำกับร้อยยิ้มสดใสเพื่อเติมความกระฉับกระเฉงให้


สุดท้ายก็อยากจะฝากเตือนคนที่ตำหนิหน่วยบริโภคว่า ‘obscene’: คุณไม่จำเป็นต้องทานทั้งหมดในคราวเดียว ชาวอเมริกันที่พบว่าตัวเองแบ่งอาหารกองเท่าภูเขาที่อยู่ในจานออกเพื่อนำกลับบ้านครึ่งหนึ่งและแบ่งเป็นสองมื้อ อย่างไรก็ตาม โปรดสังเกตด้วยว่าการทาน Monte Cristo เป็นอาหารเที่ยงและอาหารเย็นนั้นไม่ดีต่อสุขภาพเลย